วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

PESTIMATE กับการประมาณราคางานถนนคสล.กว้าง 6 ม.

เนื่องจาก PESTIMATE เป็นโปรแกรมประมาณราคาที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถสร้างสูตรคำนวณต่าง ๆ (BOM) ได้เอง จึงสามารถประยุกต์ใช้ได้ต่าง ๆ กันไปแล้วแต่ความต้องการใช้งานในแต่ละบุคคล สำหรับโพสต์นี้ จะเป็น BOM สำหรับงานทาง ซึ่งเหมาะกับผู้รับเหมา และหน่วยงานราชการที่ต้องการจัดทำราคากลาง และฟีเจอร์ใหม่ของ PESTIMATE CAD ที่สามารถดึงข้อมูลจาก Google Earth มาใช้เพื่อทำการ Digitizer ระยะออกมา จากตัวอย่างนี้ จะทำการดึงข้อมูลระยะทางมาใช้

ด้วยฟีเจอร์ของ PESTIMATE เราจะสามารถเลือกตำแหน่งบนพื้นผิวโลกได้จาก Google Earth เพื่อทำสำรวจคร่าว ๆ ได้


จากนั้นจะดึงรูปมาวางใน CAD และ Digitize ตำแหน่งที่ต้องการ เช่นสีชมพูที่เห็นในรูปคือแนวถนนที่จะทำ ซึ่งจากตรงนี้ จะสามารถส่งระยะของเส้นนี้ ตาม Scale จริง ไปให้ PESTIMATE ทำการประมาณราคาได้ 
 

จะได้ระยะทางมา ดังรูป


และ BOM ดังรูป


จากรูป คือ BOM ของงานถนน คสล. ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร (ไม่รวมงานบดอัด และงานดินเดิม)
- ผิวจราจร คสล. หนา 0.15 ม.
- ชั้นทรายหยาบ หนา 0.15 ม.
- WIRED MESH (เหล็กเชื่อมตะแกรงสำเร็จรูป) 4 มม.#0.2x0.2 ม.
- LONGITUDINAL JOINTS (รอยต่อตามยาว)  TIE BAR DB12 ยาว 0.5ม.@0.5 ม.
- CONTRACTION JOINTS (รอยต่อเพื่อการหดตัว) DOWEL BAR RB19 ยาว 0.5ม.@0.5 ม. ทำทุก ๆ 10 ม.
- EXPANSION JOINTS (รอยต่อเพื่อการขยายตัว) DOWEL BAR RB19 ยาว 0.5ม.@0.5 ม. ทำทุก ๆ 50 ม. , ท่อ PVC
- ยางมะตอย M70 สำหรับหยอดรอยต่อตาม JOINTS ต่าง ๆ 
- ไม้แบบ ไม้คร่าว ไม้ค้ำยัน ตาม BOM ของกรมบัญชีกลาง
ซึ่ง BOM นี้ ผู้ใช้สามารถแก้ได้ตามความต้องการที่ใช้งานจริงได้

เมื่อมีปริมาณงานที่ได้จาก Google Earth เป็นระยะ และคำนวณกับ BOM ใน PEstimate จะได้รายงาน BOQ ออกมาใน Excel ดังรูป



วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

การออกแบบใต้มาตรฐาน IFC เพื่อใช้สำหรับการประมาณราคา

IFC ย่อมาจาก Industry Foundation Class จัดตั้งโดยองค์กร IAI (International Alliance for Interoperability) คือองค์กรผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างในสหรัฐอเมริกา และขยายไปในส่วนอื่นของโลก IFC ในการเขียนแบบ CAD สำหรับงานก่อสร้าง 3 มิติ ลักษณะของการเขียนแบบ แบบ CAD ธรรมดากับ IFC เป็นอย่างไร
ทั้งสองภาพเป็นการเขียนแบบห้องที่ประกอบด้วยกำแพงทั้ง 4 ด้าน ทางด้านซ้านจะเป็นแบบการเขียนด้วย AutoCAD 2 มิติธรรมดา จะเห็นได้ว่าการเขียนแบบจะใช้การเขียนเส้นประกอบกันทั้ง 4 ด้าน โดยที่ไม่ได้มีข้อมูลที่บอกทั้งพื้นที่ หรือองค์ประกอบของกำแพง แต่จะให้มาคือ รูปร่างของเส้นที่เป็นเส้นสี่เหลี่ยม ถ้าต้องการคำนวนพื้นที่ก็จะต้องทำเอง โดยการนำพิกัดของจุด้านใน ด้าน P2 วิ่งวงรอบใน Rect2 เพื่อให้ได้พื้นที่ด้านในของห้องออกมา ส่วนภาพด้านขวาจะเป็นการเขียนแบบโดยใช้ IFC การเขียนจะเป็นการระบุว่าเป็นการสร้างอาคารโดยมีกำแพงทั้ง 4 ด้านอันประกอบเป็นห้อง จะมีความสัมพันธ์กันระหว่างกำแพงทั้ง 4 ได้แก่ Wall ถึง Wall4 ที่ต้องสัมพันธ์กัน และมี Spacel คือพื้นที่ที่เกิดจากการปิด Wall ทั้ง 4 ด้านเข้าหากัน โดยที่ข้อมูลของพื้นที่ และลักษณะของกำแพงจะแสดงในคุณสมบัติ (Property)

ข้อสรุปการเขียนแบบโดยตาม IFC จะให้คุณสมบัติของอาคารมาด้วยมากกว่าเส้นในแบบ และสามารถจัดเก็บหรือเรียกหาข้อมูลที่ต้องการได้ ทำให้สามารถมาใช้ในการประมาณราคาได้เป็นอย่างดี แต่การเขียนแบบโดย IFC มีข้อที่ไม่สะดวกที่อาจจะมีปัญหาในบางกรณี ได้แก่ จะต้องมีวัสดุให้เลือกในการเขียนแบบ เช่น การเขียนหน้าต่างก็ต้องมีให้เลือก จะสร้างสัญญลักษณ์ก่อนก็ได้ แต่จะไม่เหมือนกับเขียนแบบ 2 มิติที่จะได้เฉพาะข้อมูลของเส้นเท่านั้น